ไฮมีเดีย ชิงคลื่น 2300 ทีโอที


เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2560 บริษัท ไฮมีเดีย เทคโนโลยี จำกัด ได้ยื่นเอกสารเสนอขอเป็นคู่ค้ากับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจบริการไร้สายคลื่น 2300 MHz โดยนายวงศ์วริศ ศุภปฐวีพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไฮมีเดีย เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่าบริษัทมีความพร้อมในการเป็นคู่ค้ากับทางทีโอที ซึ่งแผนที่นำเสนอนั้นจะสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น IPTV Smart Meter เป็นต้น

ทางด้านนายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันนี้ (27 มี.ค.) เป็นวันที่ทีโอที เปิดให้บริษัทที่สนใจยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับแผนธุรกิจรายละเอียดการขยายโครงข่าย และผลตอบแทนที่จะให้กับทีโอที ในการเป็นคู่ค้าในการให้บริการไร้สายคลื่นความถี่ 2300 MHz จำนวน 60 MHz ปรากฏว่า มีบริษัทที่สนใจยื่นแผนธุรกิจเข้า จำนวน 6 บริษัท จาก 13 บริษัทที่สนใจมารับรายละเอียด

จากนั้น 2 บริษัทที่ปรึกษา ได้แก่ บริษัท เดเทคอน เอเชีย-แปซิฟิค จำกัดที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม และบริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ จำกัด ที่ปรึกษาด้านการเงิน จะใช้เวลา 60 วันในการพิจารณา และจะสามารถประกาศผลการคัดเลือกแบบบิวตี้ คอนเทสต์ ในรอบแรกได้ภายในวันที่ 12 เม.ย.นี้ จากนั้น จะเข้าสู่กระบวนขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การเจรจากับคู่ค้าในรายการที่ได้รับการคัดเลือกหลังจากนั้น คือ ระหว่างวันที่ 18-28 เม.ย. ได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ จากนั้น จะส่งสัญญาให้คณะกรรมการบริษัทรับรอง และส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดดู คาดว่าจะไม่มีปัญหา และสามารถเซ็นสัญญาได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 4 ปีนี้

"การที่ กสทช. มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลการบริหารคลื่น 2300 MHz ของทีโอที เป็นสิ่งดี ซึ่งหากเราทำตามกรอบของมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ. กสทช. เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนสัญญาเราจะส่งให้อัยการตรวจสอบเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องให้ กสทช.ตรวจ แต่จะเป็นการรายงานผลให้ กสทช.ดู ตามการให้บริการเอ็มวีเอ็นโอ อยู่ด้วย"

นายรังสรรค์ กล่าวว่า การประเมินข้อเสนอประกอบด้วยการพิจารณาข้อเสนอที่ยื่นมาทั้ง 2 ส่วน ได้แก่ (1) ข้อเสนอด้านเทคนิค และ (2) ด้านการลงทุน และผลตอบแทน โดยพิจารณาทั้ง 2 ส่วนพร้อมกัน โดยข้อเสนอด้านเทคนิคมีน้ำหนัก 40% และข้อเสนอด้านการลงทุน และผลตอบแทนมีน้ำหนัก 60% รวมเป็น 100%

คะแนนรวมจากการพิจารณาข้อเสนอทั้ง 2 ส่วนจะถูกนำมาพิจารณาเพื่อคัดเลือกผู้ข้อเสนอที่ได้คะแนนสูงสุด เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาต่อไป กรณีที่มีจำนวนผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนสูงสุดใกล้เคียงกันมากกว่า 1 ราย ทางบริษัทอาจเรียกผู้ยื่นข้อเสนอมากกกว่า 1 ราย เพื่อทำการเจรจาในขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตามแผนธุรกิจคู่ค้าจะเป็นผู้จัดให้มีโครงข่าย 4G/LTE ตลอดจนเทคโนโลยีอื่นในอนาคต เพื่อรองรับทั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สายแบบประจำที่ (Fixed Wireless Broadband) และโมบายบรอดแบนด์ บนย่านความถี่ 2300 MHz เต็มทั้ง 60 MHz โดยมีเป้าหมายในการวางแผนการใช้งานโครงข่ายที่สามารถรองรับลูกค้า คาดว่าจะสามารถติดตั้ง และเปิดให้บริการภายในปีแรกไม่น้อยกว่า 1,800 แห่ง และติดตั้งโครงข่ายให้ครอบคลุมเมืองหลักสำคัญภายใน 2 ปี

จากนั้น จะเพิ่มจำนวนไปตามประมาณการผู้ใช้งานที่คาดการณ์ไว้ คาดว่าภายใน 5 ปี จะสามารถขยายโครงข่ายได้ครอบคลุมตามแผน ซึ่งหากความจุไม่เพียงพอ หรือยังมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ทีโอที คาดว่า จะสามารถขยายความจุ และเวลาในการให้บริการได้ จากเดิมที่คลื่นจะต้องหมดอายุในปี 2568 ก็ตาม

พันธมิตรหลัก

บริษัท ไฮมีเดีย เทคโนโลยี จำกัด ร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับหลายบริษัทเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

©สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2559 บริษัท ไฮมีเดีย เทคโนโลยี จำกัด
WWW.HIMEDIA.CO.TH | info@himedia.co.th